10 ความจริงที่ถูกลืมของประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด ที่น้อยคนนักจะรู้

ในปัจจุบันนี้ พวกเราทุกคนรู้กันดีว่า ฮอลลีวูด เปรียบได้กับเมืองหลวง และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราทุกคนล้วนต้องเคยดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาแล้วทั้งนั้น แต่นอกจากนี้เรารู้จักอะไรเกี่ยวกับฮอลลีวูดบ้างล่ะ ? วันนี้เพชรมายาจะขอพามาชมประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมของฮอลลีวูด ที่มีน้อยคนนักจะรู้ ส่วนจะมีอะไรบ้างลองไปชมกัน

 

1. อุตสาหกรรมภาพยนตร์ หนีไปตั้งรกรากในแคลิฟอร์เนียเพราะ โทมัส เอดิสัน

 

ย้อนกลับไปในวันที่ โทมัส เอดิสัน จดสิทธิบัตรเป็นพันๆ ใบในอเมริกา ซึ่งมีสิทธิบัตรบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์รวมอยู่ด้วย หลังจากนั้น เอดิสันและผู้ถือสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์รายอื่นๆ ก็รวมตัวกันก่อตั้งบริษัทที่ชื่อ Motion Picture Patent Company ซึ่งผูกขาดทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับการผลิต จัดจำหน่าย และจัดนิทรรศการภาพยนตร์ ดังนั้น ถ้าคุณต้องการที่จะอยู่ในธุรกิจภาพยนตร์ จำเป็นจะต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทของเอดิสัน

 

ผลลัพธ์ของเหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทภาพยนตร์อิสระหลายแห่ง เลือกที่จะหนีไปยังแคลิฟอร์เนีย (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของฮอลลีวูด) เพราะตุลาการของที่นี่ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทของเอดิสัน รวมถึงมีการเล่นแง่และค่าใช้จ่ายที่สูงในการฟ้องร้องที่นี่อีกด้วย

 

2. ฮอลลีวูดเคยเป็นชุมชนปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1800 หญิงสาวคนหนึ่งนามว่า ดาเออิดา ฮาร์เทล ได้เดินทางไปท่องเที่ยวกับสามีของเธอที่ชื่อ ฮาร์วีย์ เฮนเดอร์สัน วิลคอกซ์ ซึ่งทั้งคู่ถูกโน้มน้าวให้ซื้อที่ดินประมาณ 120 เอเคอร์ ต่อมาทั้งคู่ได้ย้ายไปอยู่ที่นั่นอย่างถาวร พร้อมกับความคิดที่จะเปลี่ยนที่นี่เป็นดินแดนในฝันแห่งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย ในชื่อว่า “ฮอลลีวูด”

 

เป้าหมายของดาเออิดาคือเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็น “ชุมชนชาวคริสต์ที่ปลอดแอลกอฮอล์” นอกจากนั้นยังมีการห้ามอาวุธ สระว่ายน้ำ ลานโบว์ลิ่ง หรือแม้แต่การขี่จักรยานบนทางเท้า

 

3. ฮอลลีวูด เคยแบนโรงภาพยนตร์

 

ไม่ใช่แค่ข้อห้ามจากข้อ 2 ที่กล่าวมาเท่านั้น โรงละครก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถูกห้าม แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 1910 ได้มีการโหวตให้รวมฮอลลีวูดเข้ากับลอสแองเจลิส เพื่อที่จะพัฒนาระบบชลประทานให้ดียิ่งขึ้น และสำหรับเมืองลอสแองเจลิสที่มีประชากรกว่า 100,000 คน ไม่ได้มีข้อห้ามเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ ดังนั้น ภาพยนตร์เรื่องแรกในฮอลลีวูดจึงถูกถ่ายทำขึ้นในปี 1911

 

4. สัญลักษณ์คำว่า Hollywood เดิมที ถูกเขียนว่า Hollywoodland

 

ปัจจุบันป้ายฮอลลีวูดกลายเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ป้ายฮอลลีวูดคือป้ายโฆษณาโครงการที่พักอาศัยที่เรียกว่า ฮอลลีวูดแลนด์ (Hollywoodland) ที่กะจะตั้งไว้เพียงแค่ปีครึ่ง แต่กลับอยู่นานมาจนถึงทศวรรษที่ 1940 ก่อนที่มันจะเริ่มผุพังบางส่วน

 

และเนื่องจากป้ายดังกล่าวเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเมืองฮอลลีวูดให้ผู้คนจดจำได้ ทางกรมอุทยานลอสแองเจลิสและสภาเมืองฮอลลีวูด จึงทำการซ่อมแซมมันเสียใหม่ แต่ลบคำว่า land ออกไป

 

5. บิดาแห่งฮอลลีวูด

 

โฮบาร์ด จอห์นสตัน ไวท์ลีย์ คือบุคคลที่ได้รับฉายาว่า “บิดาแห่งฮอลลีวูด” ผู้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ โดยเขาเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้ามาซื้อพื้นที่ทางแคลิฟอร์เนียใต้กว่า 500 เอเคอร์ และในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เขาเริ่มนำโทรศัพท์ ไฟฟ้า น้ำมัน เข้ามายังย่านชานเมืองใหม่แห่งนี้ และได้เปิดโรงแรมที่ชื่อว่า Hollywood Hotel

 

จนกระทั่งในปี 1922 ไวท์ลีย์ ได้ “ไวท์ลีย์ ไฮจส์ (Whitley Heights)” หนึ่งในเขตการปกครองแห่งแรกในฮอลลีวูด ต่อมาในปี 1923 เขาได้ชวน แฮร์รี แชนด์เลอร์ เพื่อนของเขาเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ และแชนด์เลอร์ได้สร้างป้ายเพื่อโปรโมทโครงการบ้านของเขาตามคำแนะนำของไวท์ลีย์ ซึ่งป้ายแห่งนั้นก็คือป้าย Hollywoodland นั่นเอง

 

6. สมาคมสตรีฮอลลีวูดที่ถูกลืม

 

ในปี 1916 บรรณารักษ์คนหนึ่งนามว่า เอลีนอร์ โจนส์ ได้ก่อตั้งสมาคมหนึ่งขึ้นมาสำหรับหญิงสาวผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะเข้าสู่วงการฮอลลีวูด โดยกลุ่มหญิงสาวเหล่านี้เริ่มซ้อมบทละครในบริเวณชั้นใต้ดินของห้องสมุด

 

ต่อมาเอลีนอร์ได้โน้มน้าวให้สตูดิโอและนักลงทุนร่วมบริจาคเงินเพื่อเช่าบ้านเก่าๆ ในกับสมาคมของเธอเพื่อรองรับผู้หญิงจำนวน 20 คน โดยเธอเรียกสมาคมแห่งนี้ว่าเป็น สโมสรสาวฮอลลีวูด จนในที่สุด สมาคมแห่งนี้ได้มาอยู่ภายใต้สตูดิโอฮอลลีวูด ที่มีผู้พักอาศัยกว่า 100 คน พร้อมทั้งอาหารฟรี มีเครื่องพิมพ์ดีด และห้องซ้อมละคร จนทำให้มีสาวๆ มาต่อคิวเข้าสมัครในสมาคมแห่งนี้มากมาย

 

7. นิกิตา ครุชชอฟ เคยเข้าเยี่ยมชมฮอลลีวูดมาแล้ว

 

ในปี 1959 อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตผู้นี้ได้เคยเดินทางมาสหรัฐอเมริกา และทางทเวนตี เซนจูรี ฟอกซ์ ได้เชิญให้ครุชชอฟเข้าเยี่ยมชมละครเพลงเรื่อง Can-Can มีดารานักแสดงหลายคนประท้วงไม่เข้าร่วมรับประทานอาหารกับเขา แต่อีกหลายคนต้องไปเผชิญหน้าบนโต๊ะอาหารกับเขา รวมถึงมาลิริน มอนโร

 

ในระหว่างงานเลี้ยง ครุชชอฟเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของสหภาพโซเวียตเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ครุชชอฟโกรธมากที่เขาไม่ได้ถูกเชิญให้ไปดิสนีแลนด์ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ส่วนมาริลิน มอนโร ออกมาพูดภายหลังเรื่องครุชชอฟว่า “เขามองที่ฉัน เหมือนกับที่ผู้ชายคนหนึ่งมองผู้หญิงคนหนึ่ง”

 

8. บทบาทของผู้หญิง

 

เมื่อประมาณ 100 ปีก่อน ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดยุคแรกๆ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตภาพยนตร์เกือบทุกด้าน อย่างเช่น ในปี 1912 เฮเลน การ์ดเนอร์ คือนักแสดงคนแรกที่ก่อตั้งบริษัทภาพยนตร์ของตัวเอง

 

มาเบิล นอร์แมนด์ นักแสดงหนังเงียบ ผู้เป็นทั้งนักเขียนบท ผู้กำกับภาพยนตร์ และมีบริษัทผลิตภาพยนตร์ เป็นผู้ที่ผลักดันให้ ชาร์ลี แชปลิน โด่งดังในอาชีพนักแสดงตลกอีกด้วย โดยเธอเป็นทั้งพี่เลี้ยง คนเขียนบท และกำกับร่วมกับแชปลิน และเมื่อภาพยนตร์เรื่องแรกของแชปลินล้มเหลว เธอยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะให้โอกาสกับแชปลินอีกครั้ง

 

9. โรงอาหารฮอลลีวูด

 

ในปี 1942 เบตตี เดวิส และ จอห์น การ์ฟิลด์ เริ่มต้นสร้างโรงอาหารฮอลลีวูดขึ้น ซึ่งเป็นไนท์คลับพิเศษที่มีทั้งความบันเทิง การเต้นรำ อาหาร โดยเป็นการทำไว้ต้อนรับบรรดาทหาร ที่พวกเขารู้สึกว่าสมควรได้รับเกียรตินี้

 

สำหรับไนท์คลับแห่งนี้มีเบื้องหลังเป็นทีมงานมืออาชีพของฮอลลีวูดถึง 3,000 คน รวมถึงดาราดังในสมัยนั้น อย่าง เบตตี เกรเบิล, จูดี การ์แลนด์, แครี แกรนท์ และ เชอร์ลีย์ เทมเปิล ซึ่งดาราสาวเหล่านี้ก็มาพบปะเต้นรำกับบรรดาทหาร รวมถึงดาราบางคนที่อาสาทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเช่นการเตรียมและเสิร์ฟอาหารอีกด้วย

 

10. ดาราฮอลลีวูดรุ่นเก่า ใช้ LSD ในการบำบัด

 

ในอดีตที่ผ่านมา แพทย์ด้านจิตเวชศาสตร์เชื่อว่า LSD (ยาเสพติดชนิดหลอนประสาท) มีส่วนช่วยกระตุ้นอาการทางประสาท แต่แนวคิดนี้ถูกแทนที่โดยความเชื่อที่ว่า LSD สามารถใช้บำบัดผู้ป่วยได้ จนกระทั่งปลายทศวรรษที่ 50 ดร.มอร์ติเมอร์ ฮาร์ทแมน ได้เปิดสถาบันจิตเวชแห่งเบเวอร์รี ฮิลส์ โดยคิดค่ารักษาครั้งละ 100 เหรียญ

 

แครี แกรนท์ เป็นหนึ่งในดาราดังที่ติด LSD งอมแงม แต่เดิมทีแกรนท์ไปหา ดร.ฮาร์ทแมน ว่าทำไมภรรยาของเขาถึงพูดเกี่ยวกับเขาในระหว่างการรักษาตัว แต่ ดร. กลับวินิจัยแกรนท์ว่ามีปัญหาทางอารมณ์บางอย่าง และคิดว่า LSD จะช่วยรักษาแกรนท์ได้ จนต่อมาแกรนท์มีอาการหลอนประสาท และเขาเคยพูดว่า “คุณรู้ว่าพวกเรากำลังถือรูทวารอยู่โดยไม่รู้ตัว ในฝันของผม ผมขี้เลอะเทอะไปทั่วพรมทั่วพื้น และบางครั้งผมก็จินตนาการว่าตัวเองเป็นไอ้จู๋ยักษ์ที่พุ่งออกนอกโลกเหมือนกับยานอวกาศ”

 

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : wonderslist | เรียบเรียงโดย เพชรมายา