10 ความลับของร้านฟาสฟู้ด ที่พนักงานไม่เคยบอกคุณมาก่อน

ร้านอาหารฟาสฟู้ดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชาวโลกมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นร้านอาหารที่หารับประทานได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้า และอาหารก็มีรสชาติถูกปากเราๆ แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่คนชอบกินฟาสฟู้ดไม่เคยรู้ และวันนี้เพชรมายาขอพาทุกท่านมาชมกัน

 

1. เวลาที่เหมาะสำหรับกิน

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการไปกินฟาสฟู้ดที่สุดคือช่วงเวลาเร่งด่วน นั่นคือระหว่าง 11.00-13.00 น. และ 18.00-20.00 น. นั่นเพราะมันเป็นช่วงที่คุณจะได้อาหารร้อนๆ ที่สดใหม่กว่า

 

2. ถ้าต้องการเฟรนช์ฟรายร้อนๆ ให้สั่งว่าไม่ใส่เกลือ

 

เฟรนช์ฟรายที่ทอดเสร็จใหม่ๆ จะถูกใส่เกลือทันที แต่ถ้าหากคุณสั่งว่าไม่ใส่เกลือ พนักงานจะทอดแบบไม่ใส่เกลือให้คุณใหม่ และคุณจะได้เฟรนช์ฟรายร้อนๆ มากิน

 

3. กลิ่นจากห้องครัว ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด

 

หากคุณเดินผ่านร้านอาหารฟาสฟู้ดหลายๆ ร้านจะพบว่า กลิ่นหอมของอาหารมักจะลอยมาเตะจมูก และเย้ายวนให้คุณเข้าไปเสียเหลือเกิน นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด เพราะร้านอาหารหลายแห่งก็ใช้กลยุทธ์นี้โดยการเปิดประตูห้องครัวไว้เช่นกัน

 

4. โค้กถูกกว่าชาเพราะมันช่วยกระตุ้นความกระหาย

 

ในร้านอาหารฟาสฟู้ด น้ำอัดลมมักจะถูกกว่าชา นั่นเป็นเพราะพวกเขาต้องการให้คุณดื่มน้ำอัดลมมากกว่า นั่นเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะดับกระหายด้วยน้ำอัดลมหวานๆ นอกจากนั้นคาร์บอนไดออกไซด์จะยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารอีกด้วย

 

5. เฟรนช์ฟรายประกอบด้วยวัตถุดิบถึง 19-20 ชนิด

 

สูตรเฟรนช์ฟรายในตำนานจะต้องมีส่วนผสมของวัตถุดิบประมาณ 20 ชนิด แน่นอนว่ามันฝรั่งเป็น 1 ในนั้น นอกจากนั้นยังมีน้ำมัน สารปรุงแต่ง สารกลิ่นรส และอื่นๆ อีกมากมาย

 

6. ไม่ใช่เรื่องดีนักที่คุณไปกินตั้งแต่ร้านเปิด

 

การไปกินตั้งแต่ร้านเปิดตอนคนน้อยๆ ไม่ต้องไปแย่งใคร อาจใช้ได้ดีกับร้านอื่นๆ แต่ไม่ใช่สำหรับร้านอาหารฟาสฟู้ด เพราะพวกเขาเพิ่งทำความสะอาดห้องครัวด้วยสารเคมีและน้ำยาทำความสะอาด ซึ่งอาจเหลือค้างอยู่บนเครื่องครัว ภาชนะ และเคาน์เตอร์ในตอนเช้า

 

7. อาหารฟาสฟู้ดปัจจุบัน มีแคลอรี่มากกว่าเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา

 

หลายคนอาจไม่รู้ว่า อาหารฟาสฟู้ดจานโปรดของเรามีปริมาณแคลอรี่สูงกว่าเมื่อเทียบกับในอดีต ตัวอย่างเช่น ชีสเบอร์เกอร์ มีแคลอรี่มากกว่า 75% เมื่อเทียบกับชีสเบอร์เกอร์ “รุ่นก่อน” เมื่อ 20 ปีก่อน หรือราวๆ ทศวรรษที่ 80 หรืออย่างเฟรนช์ฟรายที่มีแคลอรี่มากกว่าเกือบ 2 เท่า และพิซซ่าที่มีแคลอรี่มากกว่าถึง 70%

 

8. ปริมาณน้ำตาลในมิลค์เชค เกินกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวันถึง 2-3 เท่า

 

มิลค์เชค ถือเป็นเมนูที่มีในร้านอาหารฟาสฟู้ดหลายแห่ง แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือปริมาณน้ำตาลที่มีมากถึง 3 ออนซ์ ในขณะที่ร่างกายต้องการต่อวันคือ 1-2 ออนซ์เท่านั้น

 

9. ทุกสิ่งจะอร่อยขึ้น เมื่อใช้มือกิน

 

ในร้านอาหารฟาสฟู้ดบางแห่งไม่มีช้อนส้อมให้ นั่นเพราะการรับประทานอาหารด้วยมือเปล่า มีแนวโน้มจะเพิ่มรสชาติของอาหารให้ดีขึ้น ลูกค้าก็พึงพอใจมากขึ้น และทำให้กินอาหารได้มากขึ้น

 

10. ที่กดน้ำอัดลม อุดมไปด้วยเชื้อโรค

 

ที่กดน้ำอัดลมในร้านฟาสฟู้ดทั้งหลายเป็นส่วนที่ทำความสะอาดได้ยาก แน่นอนว่ามันจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา เชื้อโรค และแบคทีเรียจำนวนมากบริเวณนั้น และความหวานก็ถือเป็นสภาพแวดล้อมชั้นดีสำหรับเชื้อโรคเหล่านี้

 

กดถูกใจและสามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : brightside | เรียบเรียงโดย เพชรมายา