10 ความจริงทางวิทยาศาสตร์ ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าที่คุณรู้

สมาชิกเว็บไซต์ Reddit นามว่า nora100797 ได้จุดประเด็นเรื่องความจริงทางวิทยาศาตร์มากมายหลายสิ่งที่ฟังดูแล้วน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง และนี่คือส่วนหนึ่งที่เพชรมายาขอพาทุกท่านมาชมกัน

 

1. จำนวนประชากรในลอนดอนเมื่อปี 2015 เท่ากับปี 1939

 

ผ่านมานานกว่า 76 ปี กับ 3 ชั่วอายุคน จำนวนประชากรในลอนดอน กลับมามีจำนวนเท่ากับช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีประมาณ 8.61 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 11 ล้านคนในปี 2050

 

2. บ่มไวน์ไว้นานไม่ได้ทำให้รสชาติดีขึ้นเสมอไป

 

มีไวน์แค่ 5-10% เท่านั้น ที่จะมีรสชาติดีขึ้น หลังจากผ่านการบ่มนานกว่า 1 ปี ในขณะที่อีกแค่ 1% จะมีรสชาติดีขึ้นหลังผ่านไปนาน 5 ปี

 

3. การค้นหาของผู้คนในกูเกิ้ล

 

กูเกิ้ลได้ทำการสำรวจสถิติการค้นหาในวันครบรอบ 15 ปีของกูเกิ้ล โดยพวกเขาพบว่า มีคำค้นหาอย่างน้อย 15% ในแต่ละวัน ที่ไม่เคยถูกค้นหาซ้ำอีกเลยในรอบ 15 ปี

 

4. มีคนอาศัยในเมืองโตเกียว มากกว่าประเทศแคนาดา

 

ฟังดูอาจไม่น่าเชื่อ แต่มีประชากรอาศัยอยู่เขตมหานครโตเกียวมากถึง 37.83 ล้านคน ซึ่งมากกว่าประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างแคนาดา ที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 36.54 ล้านคนเท่านั้น

 

5. โอกาสที่จะเกิดวันเดียวกัน ?

 

ถ้ามีคนอยู่ด้วยกัน 70 คน จะมีโอกาสถึง 99.99% ที่จะมีคนอย่างน้อย 2 คน เกิดวันเดียวกัน

 

6. ถ้าคุณสามารถตกจากอีกฝั่งของโลกไปยังอีกฝั่งได้

 

สมมติว่า มีหลุมที่สามารถกระโดดจากฝั่งขั้วโลกเหนือไปทะลุยังขั้วโลกใต้ได้ คุณจะใช้เวลานานถึง 38 นาที ในการเดินทางไปอีกฝั่ง

 

7. การสูญเสียของสัตว์ป่า

 

ถึงแม้พวกเราจะพยายามอนุรักษ์สัตว์ป่ามากแค่ไหน แต่เราจะต้องสูญเสียสัตว์ป่าไปมากกว่าครึ่ง ภายใน 40 ปีที่จะถึงนี้

 

8. ลูกหลานของ เจงกีส ข่าน

 

มีชาวเอเชียผู้ชายมากถึง 8% ที่เป็นลูกหลานของ เจงกีส ข่าน เพราะเขามีความเชื่อว่า ผู้ชายเป็นเพศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโลกใบนี้ สตรีที่เขาหลับนอนด้วยหลายพันคนให้กำเนิดลูกหลานของข่าน นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมผู้ชายเอเชียจำนวน 8% จาก 17 ภูมิภาคในเอเชีย ถึงมียีนของเจงกีส ข่าน ในโครโมโซม Y ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น

 

9. ต้นไม้ และ ดวงดาว

 

มีจำนวนต้นไม้บนโลกใบนี้ (ประมาณ 3 ล้านล้านต้น) มากกว่าจำนวนดาวบนทางช้างเผือกถึง 30 เท่า

 

10. โลกเคยเป็นสีม่วง

 

นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์กล่าวว่า พืชโบราณไม่ได้ใช้คลอโรฟิลล์ในการสังเคราะห์แสง แต่มันใช้โมเลกุลอีกตัวที่เรียกว่า “เรตินัล (Retinal)” ที่ดูดซับส่วนสีเขียวของสเปตรัม เพื่อสะท้อนแสงสีแดงและน้ำเงินออกมา ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสีม่วงแทน

 

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : brightside | เรียบเรียงโดย เพชรมายา