5 เรื่องราวการหักมุมในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่าในหนังที่คุณเคยดู

ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจใคร่รู้ และมีเรื่องราวมากมายในอดีตที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าในภาพยนตร์ที่คุณเคยดู โดยเฉพาะเรื่องราวการหักมุมที่คาดไม่ถึง ซึ่งวันนี้เพชรมายาขอพาทุกท่านไปชม 5 เรื่องราวต่อไปนี้ ที่หวังว่านักอ่านทุกคนจะชื่นชอบกันนะครับ

1. ฆวน ปูโยล การ์เซีย ยอดสายลับ

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พลเมืองชาวสเปนนามว่า ฆวน ปูโยล การ์เซีย ได้เห็นความน่าสะพรึงของลัทธิพาสซิสต์และคอมมิวนิสต์ในยุโรป จนเขารู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่าง เขาและภรรยาได้ติดต่อไปยังหน่วยสืบราชการลับของอเมริกาและอังกฤษ เพื่อเสนอตัวเป็นสายลับให้ แต่ทั้ง 2 ประเทศกลับปฏิเสธ

ดังนั้น เขาจึงสร้างตัวตนปลอมๆ ขึ้น ด้วยการแสดงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลชาวสเปนที่คลั่งไคล้ลัทธินาซี ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเขาทำได้สำเร็จจนกลายเป็นสายลับให้กับทางเยอรมนี จนกระทั่งได้รับความเคารพและความเชื่อใจอย่างสูงในเครือข่ายสายลับของเขา และข้อมูลที่เขามอบให้กับทางเยอรมนี

เรื่องราวมันหักมุมตรงที่ จริงๆ แล้ว ปูโยลเองก็เป็นสายลับให้กับทางหน่วยต่อต้านนาซีเยอรมันเช่นกัน เขาสร้างรายงานปลอมๆ ด้วยการใช้นิตยสาร คู่มือท่องเที่ยว และสื่อสาธารณะอื่นๆ และทุกครั้งที่ถูกจั้บได้ เขาจะโยนความผิดให้กับสายลับในเครือข่ายของเขาอยู่เสมอ

ปูโยลคือหัวใจสำคัญในภารกิจ “Operation Fortitude” ที่หลอกล่อให้ทางเยอรมนีเข้าใจผิดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ตั้งหลังจากการรุกรานนอร์ม็องดี ในปี ค.ศ. 1944 ซึ่งทางเยอรมนีเองไม่เคยเอะใจสักนิดเลยว่าพวกเขากำลังถูกหลอก

ท้ายที่สุด ปูโยลได้รับ “กางเขนเหล็ก” ซึ่งเปรียบเสมือน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ จากจักรวรรดิอังกฤษ

2. จูเลียส ซีซาร์ ผู้รักษาสัญญา

ในช่วง 75 ปีก่อนคริสตกาล จูเลียส ซีซาร์ ยอดรัฐบุรุษชาวโรมันได้เดินทางจากกรุงโรมไปยังเมืองโรดส์ของกรีก เพื่อศึกษาวิชาวาทศาสตร์ แต่โชคร้ายที่เรือของเขาถูกควบคุมโดยเหล่าโจรสลัดชาวซิลีเซีย

พวกโจรสลัดเรียกร้องค่าไถ่เป็นเครื่องเงินจำนวน 20 ทาเลนต์ (หน่วยเงินของชาวกรีกและโรมันโบราณ) ซึ่งคิดเป็นคนในปัจจุบันนี้ก็สูงถึง 20 ล้านบาทโดยประมาณ แต่นั่นเหมือนเป็นการดูถูกซีซาร์ เพราะเขาประกาศลั่นว่าทำไมไม่เรียกเงินให้สูงถึง 50 ทาเลนต์เลยล่ะ

และด้วยจำนวนเครื่องเงินที่มากมายมหาศาลขนาดนี้ ซีซาร์ได้ส่งผู้ติดตามของเขากลับไปยังเมืองเพื่อรวบรวมค่าไถ่กลับมา และในเวลานั้นเองที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับพวกโจรสลัดนานถึง 38 วัน

ตลอดเวลาที่ซีซาร์อยู่กับโจรสลัด เขาไม่เกรงกลัวบรรดาโจรสลัดแม้แต่น้อย แถมยังเคยขู่ว่าจะจัดการพวกโจรสลัดทั้งหมดด้วยการตรึงกางเขน แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาพูด แถมยังคิดว่าเป็นเรื่องตลกอีกต่างหาก

ท้ายที่สุดเมื่อค่าไถ่ถูกมอบให้โจรสลัด และซีซาร์เป็นอิสระ เขาได้รวบรวมกองเรือออกตามล่าพวกโจรสลัดและจับตรึงกางเขนตามที่เขาลั่นวาจาเอาไว้

3. ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา

หากคุณคิดว่า ฮิลารี คลินตัน กำลังเล็งตำแหน่งนี้อยู่ล่ะก็ คุณอาจคิดผิด เพราะเจ้าของตำแหน่งนี้อาจเป็น วูดโรว์ วิลสัน ประธานาธิบดีคนที่ 28 ของสหรัฐอเมริกา แต่เอ๊ะ! เขาเป็นผู้ชายไม่ใช่หรือ ?

ใช่แล้ว วูดโรว์ เป็นผู้ชายเต็มตัว แต่หลังจากที่เขาประสบกับโรคหลอดเลือดสมองในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1919 จนทำให้เขากลายเป็นอัมพาต อีดิธ วิลสัน ภรรยาของเขาที่เป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง ณ ขณะนั้น ก็เข้ามารับหน้าที่งานประจำหลายๆ ส่วนแทน รวมไปถึงรายละเอียดอำนาจบริหารของรัฐบาล

ในที่สุด วูดโรว์ วิลสัน ได้พ้นจากตำแหน่ง อีดิธรับหน้าที่เป็นประธานาธิบดีจำเป็นมานานถึง 1 ปีครึ่ง จนสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1921

4. การลอบปลงพระชนม์ ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 กลุ่มสมาคมลับ Black Hand ได้ส่งมือลอบสังหารมากถึง 6 คน เพื่อไปจัดการ ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ อาร์คดยุกแห่งออสเตรีย รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ออสเตรีย-ฮังการี

มือสังหารคนแรกเตรียมจะใช้ระเบิด แต่ก็ล้มเหลว เช่นเดียวกับคนที่สองที่เตรียมจะใช้ปืน จนกระทั่งขบวนเสด็จผ่านไปยังมือสังหารคนที่ 3 ที่ปาระเบิดไปได้สำเร็จ แต่ระเบิดกลับไปตกอยู่ใต้รถคันอื่น จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 20 คน นั่นทำให้มือสังหารต้องกลืนไซยาไนต์ก่อนที่จะปลิดชีพตัวเองด้วยการกระโดดลงไปในแม่น้ำ

เรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อไซยาไนต์ที่เขากลืนลงไปทำให้เขาแค่อาเจียนออกมา ส่วนแม่น้ำที่เขากระโดดลงไปดันลึกแค่ 13 ซม. เท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนที่น้ำในแม่น้ำตื้นมาก

ท่านอาร์คดยุกและคณะได้เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางสำเร็จ แต่เขากลับเปลี่ยนใจที่จะไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลแทน หลังจากเดินทางกลับออกมา คนขับรถเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองมาผิดทาง และในขณะที่เขากำลังหยุดรถเพื่อจะเปลี่ยนเส้นทางนั้นเอง คนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็คือ กาฟริโล พรินซิป 1 ใน 6 มือสังหาร ที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี เขาตัดสินใจยิงใส่ท่านอาร์คดยุคและดัชเชสโซฟีทันที จนทั้งคู่สิ้นลมในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา

5. เชวาเลียร์ เดออน ชายในร่างหญิง

เชวาเลียร์ เดออน เป็นทั้งนักการทูตชาวฝรั่งเศส สายลับ สมาชิกของฟรีเมสัน และทหารผู้ที่เคยต่อสู้ใน “สงครามเจ็ดปี” มาแล้ว

เขาเป็นบุคคลที่มี 2 เพศในตัวเอง และนั่นช่วยให้เขาได้กลายเป็นสายลับ เดออนแสดงตัวว่าเป็นชายแท้อกสามศอกในยามปกติมานานถึง 49 ปี แต่ในยามที่เขาเป็นสายลับ เขาประสบความสำเร็จในการเข้าตีสนิทจักรพรรดินีอลิซาเบธแห่งรัสเซีย โดยการแสดงตัวเป็นผู้หญิง

ในปี ค.ศ. 1777 เดออนแต่งตัวเป็นผู้หญิงและแสดงตนเป็นผู้หญิงอย่างแนบเนียน เขาอธิบายว่าตัวเองเป็นผู้หญิงตั้งแต่เกิด และถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชายโดยพ่อของเขา เพื่อที่จะให้สืบทอดทุกอย่างจากพ่อได้โดยสมบูรณ์

เดออน ได้จากโลกนี้ไปในปี ค.ศ. 1810 แพทย์ที่ชันสูตรร่างของเขาได้พบว่า เดออนมี “อวัยวะทุกส่วนในร่างกายเป็นของเพศชาย แต่รูปร่างของเขากลับเหมือนผู้หญิง โดยเฉพาะหน้าอก”

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : boredpanda | เรียบเรียงโดย เพชรมายา