8 เรื่องราวลึกลับ ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องหลอกลวง

บนโลกเรามีเหตุการณ์ลี้ลับลึกลับเกิดขึ้นมากมาย บางเรื่องก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ แต่บางเรื่องก็กลับกลายเป็นการโกหกคำโตที่ถูกเปิดเผยในภายหลัง ซึ่งวันนี้เพชรมมายาจะขอพาทุกท่านมาชมเรื่องราวความลี้ลับทั้ง 8 เรื่อง ที่หลายคนยังเชื่อว่ามันลึกลับดำมืดและยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่อีกหลายคนก็เชื่อว่านี่มันก็แค่เรื่องโกหกแหกตาทั้งเพ ส่วนคุณจะคิดอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้ลองไปชมกัน

1. นาฬิกาสวิสที่ถูกค้นพบในสุสานโบราณ

หลังจากที่นักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งได้ทำการเปิดสุสานของราชวงศ์หมิง พวกเขาก็ต้องช็อคกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอมาก่อนในชีวิต เพราะมันคือแหวนแกะสลักที่มีรูปร่างเหมือนกับนาฬิกาสวิสเป๊ะๆ ซึ่งไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่านาฬิกาขนาดเล็กที่มีอายุกว่า 400 ปีนี้ไปอยู่ในสุสานที่ปิดตายได้อย่างไร แน่นอนว่าสุสานแห่งนี้ไม่เคยถูกเปิดมาก่อน แต่หลายคนเชื่อว่านี่อาจจะเป็นการแกล้งกันของนักโบราณคดีบางคน ที่ต้องการกุข่าวเพื่อความสนุกก็เป็นได้

2. นิ้วปริศนายาว 38 ซม. จากอียิปต์

ในปี 1960 ชายคนหนึ่งได้ลักลอบเข้าไปขุดสุสานแห่งหนึ่งที่ห่างจากกรุงไคโรราว 100 กิโลเมตร และสิ่งที่เขาค้นพบก็คือซากนิ้วปริศนาที่มีสภาพกลายเป็นมัมมี่ที่มีความยาวถึง 38 ซม. โดยเขาได้เก็บนิ้วปริศนานี้ไว้เป็นสมบัติของครอบครัวตลอดมา จนกระทั่งในปี 1988 เกรเกอร์ สปอร์รี นักสำรวจและนักธุรกิจชาวสวิส ได้รับการติดต่อจากชายคนดังกล่าวเพื่อให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เกรเกอร์กล่าวว่า ครั้งแรกที่ผมเห็นมัน นิ้วประหลาดนี้มีขนาดใหญ่มาก มีน้ำหนักเบา มันถูกห่อด้วยผ้าขาวและค่อนข้างเหม็นอับ

เกรเกอร์คาดว่า ถ้าเจ้าของนิ้วมือมีอยู่จริง เขาจะต้องสูงถึง 6.3 เมตรโดยประมาณ ซึ่งชายคนดังกล่าวได้นำภาพหลักฐาน X-ray และใบรับรองความถูกต้องมาให้ชมว่านี่คือของจริง ซึ่งสุดท้ายเขาต้องการจะขายนิ้วปริศนานี้ให้กับเกรเกอร์ แต่เกรเกอร์ปฏิเสธ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่า นิ้วดังกล่าวเป็นของจริงหรือแค่เรื่องหลอกลวงกันแน่

3. ภาพถ่ายติดวิญญาณในโรงแรมสแตนลีย์

ภาพถ่ายสุดหลอนนี้ถูกถ่ายโดย เฮนรี่ เยา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพิพิธภัณฑ์เด็กในฮูสตัน เขาและภรรยาได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้และตัดสินใจถ่ายภาพที่ล็อบบี้ไว้เป็นที่ระลึก แต่หลังจากที่เขาถ่ายภาพนี้เสร็จก็รู้สึกกระวนกระวายและรู้สึกไม่ค่อยดีตลอดทั้งคืน และในเช้าวันต่อมา เฮนรี่ได้มาตรวจสอบภาพถ่ายในกล้องของเขา และก็พบว่ามีเงาดำที่คล้ายกับวิญญาณยืนอยู่ตรงบันได และยังไม่มีใครที่สามารถอธิบายเงาประหลาดนี้ได้

4. พีระมิดบนดวงจันทร์

ภาพถ่ายภาพนี้บนดวงจันทร์ก่อให้เกิดคำถามมากมาย โดยในรูปถ่ายของนาซ่าแสดงให้เห็นว่ามีวัตถุประหลาด ที่มีรูปทรงคล้ายพีระมิดปรากฏอยู่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัววัตถุเองหรือว่าแสงเงาที่พาดผ่านลงมาที่พื้นที่ผิดไปจากวัตถุตามธรรมชาติที่อยู่บนดวบจันทร์ แต่ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายที่ชวนให้คิดไปเองแบบไหนบนดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ก็มักถูกนาซ่าปฏิเสธทั้งหมดว่าแท้จริงแล้ว มันเกิดจากมุมของภาพถ่ายที่ทำให้เราคิดไปเองว่ามันเป็นรูปทรงพีระมิด

5. ภาพถ่าย UFO ที่มีชื่อเสียง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเหนือเมืองแม็กมินวิลล์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 1950 หลังจากที่ เอเวอลิน เทรนท์ เดินกลับไปยังบ้านไร่ของเธอหลังจากที่ไปป้อนอาหารกระต่ายในฟาร์ม ก่อนที่จะถึงบ้าน เธออ้างว่าเห็นวัตถุที่มีลักษณะคล้ายจานทำจากโลหะ เคลื่อนที่ไปทางตตะวันออกเฉียงเหนือ เธอจึงตะโกนเรียกสามีที่อยู่ในบ้าน จนกระทั่งสามีของเธอออกมาเห็นวัตถุดังกล่าวและกลับไปหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายภาพมันไว้ได้ ก่อนที่จานบินจะบินออกไปอย่างรวดเร็ว

และนั่นทำให้ภาพถ่ายนี้กลายเป็นภาพถ่าย UFO ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้นว่ามันคือของจริงหรือของปลอมกันแน่ ซึ่งข่าวการพบเห็น UFO นี้โด่งดังไปทั่วสหรัฐอเมริกา จนได้ขึ้นปกนิตยสาร Life Magazine รวมถึงหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับทั่วทั้งประเทศ

6. พื้นผิวประหลาดที่ก้นทะเลบอลติก

ในปี 2011 กลุ่มนักสำรวจชาวสวีเดนที่มีชื่อทีมว่า Ocean X ได้ทำการสำรวจท้องทะเลบอลติก เพื่อค้นหาทรัพย์สมบัติที่อยู่ภายในซากเรืออับปาง แต่หลังจากที่พวกเขาใช้โซนาร์สแกนลงไปที่ความลึก 90 เมตร กลับพบวัตถุลึกลับขนาดใหญ่อยู่ใต้ท้องทะเล เบื้องต้นพวกเขาไม่สามารถอธิบายได้ว่าวัตถุลึกลับดังกล่าวคืออะไร เนื่องจากมันมีขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารมาก โดยมันมีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 60 เมตร และมีความสูงจากพื้นดิน 3-4 เมตร แต่นั่นเป็นเพียงการวิเคราะห์ด้วยโซนาร์เท่านั้น

ในปี 2012 กลุ่ม Ocean X ได้ตัดสินใจส่งนักประดาน้ำลงไปสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวอีกครั้ง จึงพบว่าพื้นผิวของวัตถุประหลาดค่อนข้างขรุขระ อีกทั้งยังมีรูปทรงที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ พวกเขาจึงได้เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบและก็พบว่าแท้จริงแล้วมันเป็นแค่ “หิน” แต่อีกหลายคนเชื่อว่ามันอาจเป็นยานอวกาศที่จมสู่ท้องทะเลของเราเมื่อหลายแสนปีที่แล้วจนมีสภาพเป็นฟอสซิลก็เป็นได้

7. วงกลมลึกลับในแอฟริกา

วงกลมลึกลับเหล่านี้ปรากฏขึ้นบนทะเลทรายในนามิเบียโดยแต่ละวงจะมีความกว้างตั้งแต่ 2-15 เมตร ซึ่งชนเผ่าท้องถิ่นเรียกวงกลมเหล่านี้ว่า “วงกลมแห่งความตาย” และพวกเขาไม่กล้าที่จะเข้าใกล้วงกลมเหล่านี้ จนถึงนักทฤษฎีสมคบคิดได้อ้างว่า นี่อาจเป็นผลงานส่วนหนึ่งของ UFO ที่มาเยือนโลกของเรา ส่วนทางนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งสมมุติฐานว่าอาจเกิดจาก “ปลวกทราย” ที่มาสร้างอาณานิคมปลวกขนาดยักษ์และขยายอาณาเขตออกไปเพื่อหาอาหารและแหล่งน้ำ จนทำให้พืชบริเวณดังกล่าวไม่สามารถเติบโตได้

8. บั้งไฟพญานาค

จะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะมีลูกบอลไฟที่สามารถพุ่งขึ้นมาจากน้ำได้ ? แน่นอนว่าในทางวิทยาศาสตร์นั้นยังไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่ลูกบอลไฟสามารถเกิดขึ้นใต้แม่น้ำและพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ แต่เบื้องหลังของบั้งไฟพญานาคจริงๆ นั้น หลายคนเชื่อว่าเป็นการยิงกระสุนจากฝั่งลาวมากกว่าที่จะขึ้นจากแม่น้ำ เรื่องนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีคลิปวีดีโอที่พิสูจน์วิถีกระสุนว่ามาจากฝั่งลาว แต่ชาวบ้านอีกหลายคนก็อ้างว่าพวกเขาเห็นกับตาว่าลูกไฟขึ้นจากน้ำ สรุปแล้วคุณเชื่อว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่ ?

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : brightside | เรียบเรียงโดย เพชรมายา