9 ภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในแต่ละประเภท ที่เคยเกิดบนโลกใบนี้

ถึงแม้มนุษย์เราจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ปกครองโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ แต่สุดท้ายมนุษย์เราก็ไม่มีวันยิ่งใหญ่ไปกว่าธรรมชาติ ที่สามารถสร้างภัยพิบัติให้กับมนุษยชาติได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งวันนี้เพชรมายาจะขอพาทุกท่านไปชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่มนุษย์ไม่สามารถต้านทานได้ ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ได้พิสูจน์ให้พวกเรารู้ว่า มนุษย์เรานั้นตัวเล็กแค่ไหน เมื่อเทียบกับธรรมชาติ

1. แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุด และแผ่นดินไหวที่ฆ่าคนตายมากที่สุด

ถ้าพูดถึงแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยวัดได้ตามค่าแมกนิจูด ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1960 ที่เมืองบัลดีเบีย ทางตอนใต้ของประเทศชิลี ที่วัดความรุนแรงได้ถึง 9.4-9.6 กินเวลานาน 10 นาที แต่แผ่นดินไหวครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,000-6,000 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก

ส่วนแผ่นดินไหวที่ถือว่าคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 1556 ที่มณฑลส่านซี ประเทศจีน ที่มีความรุนแรงระดับ 8 สร้างความเสียหายไปไกลกว่า 430 กิโลเมตร และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 830,000 คนโดยประมาณ เรียกได้ว่าเป็นมหาภัยพิบัติที่รุนแรงอันดับต้นๆ ที่โลกเคยมีมา

2. สีนามิที่รุนแรงที่สุด และสึนามิที่ฆ่าคนตายมากที่สุด

ย้อนกลับไปเกือบๆ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 1958 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่อ่าวลิทูยา อลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดมวลน้ำกว่า 30.6 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างความเสียหายให้กับอ่าวลิทูยาทั้งแถบ รวมถึงทะลุเข้าปะทะบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของปากน้ำกิลเบิร์ต ความสูงของคลื่นได้เข้าปะทะบริเวณอ่าวลิทูยาทั้งหมด ต้นไม้นับล้านถูกวาดเรียบด้วยคลื่นยักษ์ที่สูงถึง 1720 ฟุต (524 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล แต่โชคดีที่ในบริเวณที่เกิดเหตุไม่ใช่พื้นที่ๆ มีผู้อยู่อาศัย

และสำหรับสึนามิที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่สุดก็คือ สึนามิที่คนไทยคุ้นเคยกันดีเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2004 เมื่อแผ่นดินไหวขนาด 9.1-9.3 ในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย สร้างคลื่นสึนามิขนาดยักษ์เข้าโจมตตีหลายๆ ประเทศในแถบเอเชียตตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 230,000-280,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินโดนีเซียมากถึง 130.000 คน

3. ภูเขาไฟระเบิดที่ดังที่สุด และการระเบิดที่มีคนตายมากที่สุด

หลายคนอาจเคยได้ยินกิตตศัพท์การระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวในประเทศอินโดนีเซีย ที่เชื่อว่าเป็นเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ โดยการระเบิดของมันรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่อเมริกาทิ้งบอมบ์ญี่ปุ่นที่ฮิโรชิม่าถึง 1,500 เท่า และเสียงของมันดังไปไกลถึง 4,776 กิโลเมตร และแรงระเบิดส่งผลให้ผู้คนบนเกาะชวาเสียชีวิตถึง 36,000 คน

แต่นั่นเป็นเพียงการระเบิดของภูเขาไฟที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับ 2 เท่านั้น เพราะการระเบิดของภูเขาไฟที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี 1815 เมื่อภูเขาไฟตัมโบราในอินโดนีเซียอีกเช่นกัน ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 71,000 คน การระเบิดครั้งนี้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก พืชพันธุ์ทางยุโรปเหนือและอเมริกาเหนือถูกทำลายนานกว่า 2 ปี แสงอาทิตย์ที่ส่งมายังผิวโลกลดน้อยลงถึง 20% อุณหภูมิในแถบซีกโลกลดลงมาก จนทำให้ปีดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่าเป็น “ปีที่ไร้ฤดูร้อน” ผลกระทบเหล่านี้เกิดขึ้นนานหลายปีกว่าฝุ่นละอองภูเขาไฟจะตกสู่โลกหมด

4. การปะทุของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ใต้น้ำ

หลายๆ คนอาจไม่เคยได้ยินปรากฏการณ์ที่ชื่อ ลิมนิก อีรัปชัน (Limnic Eruption) หรือการปะทุของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากที่กระจายออกมาจากผิวน้ำลอยไปในอากาศ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยถูกบันทึกไว้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น และครั้งที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่ทะเลสาบนีออส ประเทศแคเมอรูน ที่เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ โดยเกิดจากปล่องภูเขาไฟที่สงบแล้ว แต่ลึกลงไปใต้ดินยังคงมีแม็กม่าร้อนระอุอยู่

เมื่อวันที่ 21 สิงคาหม 1986 ในขณะที่ชาวบ้านกำลังหลับใหลอยู่ จู่ๆ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากก็ผุดขึ้นมาจากทะเลสาบ ไม่มีใครเห็น ได้ยิน หรือได้กลิ่น อะไรที่ผิดปกติ และนั่นส่งผลให้มีชาวบ้านกว่า 1,746 คน และมีสัตว์เลี้ยงมากถึง 3,500 ตัว เสียชีวิตทั้งหมดจากการขาดออกซิเจน เรื่องนี้กลายเป็นปริศนาระดับชาติ เพราะจู่ๆ ทุกคนในหมู่บ้านก็เสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ

5. น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุด

เมื่อเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 1931 ได้เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ขึ้นที่ประเทศจีนต่อเนื่องหลายต่อหลายครั้ง โดยน้ำได้ท่วมตลิ่งแม่น้ำสามสายหลักได้แก่ แม่น้ำหวงเหอ แม่น้ำแยงซีเกียง และแม่น้ำหวยเหอ จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ประมาณ 1 ล้านถึง 4 ล้านคน และนี่คือเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

6. หิมะถล่มที่รุนแรงที่สุด

ผลจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงระดับ 7.9 ในแคว้นอันแคช ประเทศเปรู ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่กว้างถึง 83,000 ตารางกิโลเมตร (เกือบๆ เท่าพื้นที่ภาคเหนือของไทย) สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือการถล่มของหิมะบนภูเขา Huascaran ที่มีทั้งหิน น้ำแข็ง และหิมะ ได้ถล่มลงมาฝังเมือง Yungay และเมือง Ranrahirca จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20,000 คน

7. พายุที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 1970 พายุหมุนไซโคลนโบลาที่มีความเร็วลม 185 กม./ชม. ได้มุ่งหน้าเข้าทำลายพื้นที่บริเวณปากีสถานตะวันออก (ปัจจุบันคือบังกลาเทศ) ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากพายุที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 375,000 คน

8. ฟ้าผ่าที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1769 ในเมืองเบรสชา ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าอย่างรุนแรงบริเวณมหาวิหารซานนาซาโร ผลจากฟ้าผ่าทำให้ดินปืนกว่า 90,000 กิโลกรัม ที่เก็บเอาไว้โดยสาธารณรัฐเวนิซ เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงมหาศาล เศษหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดกระเด็นไปไกลในรัศมี 1 กิโลเมตร ตกใส่ผู้คน บ้านเรือน และโบสถ์ที่อยู่ใกล้เคียง

ผลจากแรงระเบิดครั้งนี้ทำลายพื้นที่ 1 ใน 6 ของเมืองราบเป็นหน้ากลอง เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตมากถึง 3,000 คน ส่วนนักเขียนชาวฝรั่งเศส หลุยส์-เซบาสเตียน เมอร์ซิเออร์ ได้กล่าวอ้างในหนังสือที่ชื่อว่า L’An 2440 ในปี ค.ศ. 1770 ว่าโศกนาฏกรรมดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตราว 2,500 คน แต่มันไม่ได้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ

ส่วนเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่มีคนตายมากที่สุด ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการโดยกินเนสบุ๊ค เกิดขึ้นกับสายการบินเปรูเวียน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน 508 ที่ถูกฟ้าผ่าตกลงบริเวณป่าอเมซอน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 1971 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 91 คน ผู้โดยสารหลายคนรอดชีวิตจากการตกลงพื้นด้วยความสูงจากพื้นโลกราว 3 กิโลเมตร แต่มีเพียงแค่ จูเลียน คอปเค หญิงสาวชาวเยอรมันคนเดียวเท่านั้นที่หนีจากที่เกิดเหตุเพื่อออกจากป่าไปขอความช่วยเหลือได้

9. อุกกาบาตที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด

ถึงแม้จะมีบันทึกอุกกาบาตชนคนอย่างเป็นทางการอยู่เพียงไม่กี่ครั้ง และแต่ละครั้งก็จะชนคนเพียงแค่คนเดียวหรือแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่เหตุการณ์ที่น่าสนใจที่สุดที่ถูกบันทึกผ่านประวัตติศาสตร์ของราชวงศ์หมิง บอกเล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคมถึงเมษายนปี 1940 ในมณฑลส่านซี ประเทศจีน เกี่ยวกับ “ก้อนหินที่ตกลงมาเหมือนฝน ฆ่าชีวิตผู้คนมากกว่า 10,000 คน” โดยหินแต่ละก้อนมีน้ำหนักตั้งแต่ไม่ถึง 1 กิโลกรัมไปจนถึง 1.5 กิโลกรัม และมีขนาดที่แตกต่างตั้งแต่เท่าเม็ดเกาลัดไปจนใหญ่เท่ากับไข่ห่าน

ในส่วนของทางดาราศาสตร์พบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีฝนดาวตกที่เกิดจากการสลายตัวของดาวหาง C/1490Y1 ในประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แตต่อย่างใด

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

เรียบเรียงโดย เพชรมายา