ฝรั่งรีวิวร้านอาหารในกรุงเทพอันดับ 7 ของโลก หัวละ 9,300 และนี่คือหน้าตาทั้งหมด

ใครๆ ก็อยากมีโอกาสได้สัมผัสกับร้านอาหารหรูๆ สักครั้งในชีวิต และถ้าคุณมีเงินล่ะ คุณอยากจะลองอาหารที่มีราคาคอร์สละเฉียดหมื่น เหมือนกับคู่รักคู่นี้หรือเปล่า ?

ภัตตาคาร Gaggan เป็นร้านอาหารอินเดียฟิวชั่นที่ตั้งอยู่ในซอยสวนหลวง 68/1 ถนนเพลินจิต ก่อตั้งโดยเชฟเชื้อสายอินเดีย Gaggan Anand ที่เคยคว้ารางวัลร้านอาหารอันดับ 1 ของ Asia’s 50 Best Restaurants สามปีซ้อน และเป็นอันดับ 7 ของโลกเลยทีเดียว แถมการันตีด้วยรางวัลมิชลินถึง 2 ดาว แถมต้องจองคิวนานเป็นเดือนๆ

ฝรั่งคู่รักคู่นี้เคยเดินทางมาพิสูจน์ความเทพของภัตตาคาร Gaggan มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่มาฮันนีมูนในกรุงเทพเมื่อปี 2013 ในตอนนั้นพวกเขาเลือกทานแบบอาหารเซ็ตที่มีราคาประมาณ 70 เหรียญ (2,200 บาท) ซึ่งพวกเขาก็ชื่นชอบมากจนต้องกลับมาลองอีกครั้ง และเมื่อพวกเขาเข้ามาในร้านก็ต้องพบกับเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เพราะมันเป็นรูปอีโมจิเล็กๆ เท่านั้น ซึ่งครั้งนี้ทั้งคู่ตัดสินใจลองคอร์ส 25 เมนู ที่มีราคาสูงถึงหัวละ 300 เหรียญ (9,300 บาท)

จุดเด่นของร้าน Gaggan คือคุณจะเห็นเพียงแค่อีโมจิเล็กๆ ที่พอจะเดาได้ว่ามันเป็นอะไร และยังไม่มีเฉลยจนกว่าคุณจะกินครบคอร์ส ส่วนที่มีปากกาขีดไว้ จะเป็นช่วงที่เสิร์ฟไวน์ใหม่

เมนูที่ 1 Paan อาหารพื้นเมืองแบบสตรีทฟู้ดของอินเดียที่ทำจากใบพลูและผลไม้ที่หลากหลาย ส่วน Paan จานนี้มีใบพลูเล็กๆ ที่ทอดมาแบบเทมปุระ

เมนูที่ 2 เชฟ Gaggan บอกว่าเมนูนี้ทำให้เขามีชื่อเสียง มันเป็นโยเกิร์ตที่ถูกทำในรูปแบบของ Spherification คือการทำให้ของเหลวเปลี่ยนโดยเพิ่มแรงตึงผิวของของเหลวจนคงรูปทรงได้จับตัวเป็นก้อนน้ำข้นๆ นิ่มๆ เมื่อทานเข้าไปแล้วกัดหรือขบของเหลวภายในจะแตกทะลักออกมาในปาก

เมนูที่ 3 หัวกุ้งที่เขาบอกว่า มันถูกแช่แข็งและมีรสชาติเหมือนกับต้มยำกุ้งอยู่ข้างในนี้

เมนูที่ 4 เขาเรียกว่า เวเฟอร์มะเขือยาวซึ่งมีกระบวนการปรุงตั้งแต่การย่างจนให้สุกทั้งข้างนอกและข้างใน นำไปแช่แข็งที่อุณหภูมิ -40 องศา แช่แข็งแบบดรายฟรีซเพื่อขจัดความชื้นทั้งหมดประมาณ 4 วัน จากนั้นนำมาปรุงใส่เครื่องเทศและน้ำมัน และใส่หัวหอมจนมันดูคล้ายกับโอริโอ้

เมนูที่ 5 ถูกเรียกว่า Chilli bon bons ที่มีรสชาติไม่เผ็ดมาก แต่กลมกล่อมมากทั้งพื้นผิวและไส้ข้างใน

เมนูที่ 6 นี่คือหนึ่งในเมนูโปรดของพวกเขา มันคือแพะ ไม่ใช่เนื้อแพะแต่เป็นสมองแพะ เขาเคยกินสมองแพะมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยมันมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและออกจะเป็นครีมๆ แต่เขารู้สึกว่าจานนี้ต่างออกไป มันไม่ค่อยมีรสสัมผัสเหมือนเนื้อ แต่มีรสชาติเนื้อและนุ่มนวลมากหลังจากกัดเข้าไป

เมนูที่ 7 จานนี้มีชื่อว่า Idli (เป็นไรซ์เค้กชนิดหนึ่ง) และ Sambar ที่ทำจากแป้งถั่วเขียวและปรุงรสด้วยน้ำซุปมะขามที่ซ่อนความหวานเอาไว้

เมนูที่ 8 ก้อนเล็กๆ ที่เห็นนี้คือตับไก่และโรยด้วยมะพร้าว แต่เขาลืมรสชาติของเมนูนี้ไปแล้ว สงสัยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

เมนูที่ 9 หนึ่งในจานโปรดของเขาเลย มันคือเบอร์เกอร์เล็กๆ แต่มีรสชาติอร่อยมาก

เมนูที่ 10 ทาโก้ปลา ห่อด้วยแป้งทอร์ทิลลาที่นุ่มมาก พร้อมกับซอสซัลซ่ามะม่วง ส่วนปลาก็สดมากจริงๆ

เมนูที่ 11 มาร์ชแมลโลว์ยูซุที่กินแล้วหนึบๆ และโฟกราส์ ที่รสชาติลงตัวมากๆ

เมนูที่ 12 นี่คือเค้กปลา ใช่แล้วมันคือปลาแต่มีพื้นผิวราวกับชีสเค้ก ถือเป็นเมนูที่น่าสนใจมาก

เมนูที่ 13 มันคือไข่หอยเม่นที่หลายคนชอบ แต่เขาไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ส่วนเม็ดเล็กๆ ด้านบนก็คือ จินและโทนิกที่ถูกอัดเป็นเม็ดเคี้ยวแล้วแตกในปาก

เมนูที่ 14 ซูชิชูโทโร่ เป็นทูน่าที่ติดมันแบบปานกลาง เขาบอกไม่ได้ว่ารสชาติมันดีแค่ไหน ต้องมาลองเองจริงๆ

เมนูที่ 15 ดูเหมือนอาหารญี่ปุ่นจะต้องตบด้วยชาญี่ปุ่นอย่างชาเขียวมัทฉะ แต่เขาคิดผิด เพราะมันทำมาจากหน่อไม้ฝรั่ง ผักชีฝรั่ง และผักบางอย่างที่ทำให้ชาถ้วยนี้รสชาติดีเยี่ยมมากๆ ราวกับมีมนต์คาถา ซึ่งเขาประหลาดใจกับเมนูนี้มากเพราะเชฟบอกแค่ว่า ต่อไปจะเป็นซุปผัก

เมนูที่ 16 ถ้าคุณชอบหมูและชอบแกงในแบบอินเดียล่ะก็ คุณาอจชอบเมนูนี้ เพราะมันคือหมูทอดกับเครื่องแกงที่เคลือบด้วยเกล็ดขนมปังขนาดพอดีคำ

เมนูที่ 17 นี่คือแกงที่เรียกว่า Uncooked Curry ที่ใส่เครื่องเทศลงไปผสมกับเนื้อที่ปรุงสุกแบบขลุกขลิก แต่สำหรับแกงจานนี้เขาใช้หอยสแกลลอบ

เมนูที่ 18 ไก่ในกรง ???

ไม่ใช่ไก่ แต่อาหารท้องถิ่นของอินเดียที่ชื่อ Chettinad โดยทำมาจากนกกระทา

เมนูที่ 19 Gaggan จุดไฟลงบนกระดาษพร้อมกับพูดว่า “การทำอาหารทำให้สมองมนุษย์พัฒนาไปสู่ระดับที่สูงกว่าสัตว์ชนิดอื่น” นี่เป็นคำพูดที่น่าประทับใจ ว่าแต่อาหารของเมนูนี้มันคืออะไรล่ะ ?

มันคือ Paturi ที่เป็นข้าวและปลาห่อด้วยใบตอง พร้อมกับจุดไฟด้วยไม้ซีดาร์ เพื่อให้อาหารข้างในสุก

เมนูที่ 20 เขาไม่ได้ฟังวิธีการทำสำหรับเมนูนี้ แต่มันมีผิวด้านนอกเป็นถ่านชาโคล พร้อมโรยด้วยผงถ่าย ส่วนด้านในเป็นครีมหน่อไม้ฝรั่งที่รสชาติพุ่งพล่าน

เมนูที่ 21 ลืมที่เขาเคยบอกไปเลยว่า เมนูไหนคือจานโปรดของเขา เพราะนี่แหละคือจานโปรดที่สุด ล็อบสเตอร์ปรุงรสด้วยซอสเครื่องเทศ บนแป้งโดซ่าของอินเดีย เขาพยายามแอบกินของภรรยา แต่ก็เกือบโดนกัดมือ

เมนูที่ 22 ดอกกุหลาบในกล่อง ? ไม่ใช่กุหลาบจริงๆ เพราะมันคือบีทรูทที่ถูกแกะสลักมาอย่างปราณีต

เมนูที่ 23 เดี๋ยวก่อน นี่มันแกงมะม่วงกับช็อกโกแลต ? ถือเป็นเมนูที่สร้างสรรค์มาก เพราะมีทั้งรสชาติออกเผ็ดของแกง และความหวานของมะม่วง

เมนูที่ 24 นี่คือเค้ก Black Forest เขาลืมไปเลยว่าเชอร์รี่หน้าตาเป็นยังไง แต่ผงขาวๆ มันละลายในปากให้ความรู้สึกเนียนนุ่มอย่าบอกใคร

เมนูที่ 25 มะม่วงอีกแล้ว สำหรับคนที่ชอบมะม่วง มันมีชื่อว่า Ghewar ขนมเค้กบิสกิตจากทางตอนเหนือของอินเดีย มันมีรสหวานเล็กน้อย ถือเป็นการปิดมหากาพย์ 25 เมนูของคอร์สเฉียดหมื่นนี้

หลังจากกินเสร็จแล้ว ทางร้านก็มีเฉลยมาให้ว่าเมนูต่างๆ ที่กินเข้าไปคืออะไร หลายคนคงช็อกไปตั้งแต่สมองแพะแล้ว

ส่วนใครที่อยากไปชิมความอร่อยระดับโลกด้วยตัวเองล่ะก็ สามารถไปตามที่อยู่ที่บอกไปแล้วได้เลยครับ ซึ่งคุณยังมีเวลาอีก 2 ปี ก่อนที่เชพ Gaggan จะปิดร้านที่กรุงเทพ และย้ายไปทำภัตตาคารเล็กๆ เมืองฟุกุโอกะ ที่ประเทศญี่ปุ่นแทน ในปี 2020 ที่จะถึงนี้

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : boredpanda | เรียบเรียงโดย เพชรมายา