ยาทาฆ่าเชื้อเลือกอย่างไร เมื่อแผลแต่ละแบบใช้ไม่เหมือนกัน ?

เมื่อเกิดแผลถลอก มีดบาด น้ำร้อนลวก หรือผิวหนังอักเสบ หลายคนมักหยิบ “ยาทาฆ่าเชื้อ” ที่มีอยู่ในตู้ยามาใช้ทันที โดยเข้าใจว่ายาชนิดเดียวสามารถใช้ได้กับทุกแผล แต่ผลิตภัณฑ์ที่เรียกกันทั่วไปว่ายาฆ่าเชื้อมีทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะชนิดทา และยารักษาเชื้อรา ซึ่งมีข้อบ่งใช้แตกต่างกัน การเลือกผิดประเภทอาจทำให้แผลระคายเคือง รักษาไม่ตรงสาเหตุ หรือเพิ่มความเสี่ยงจากการใช้ยาโดยไม่จำเป็น

ก่อนซื้อยาหรือทายาลงบนผิวหนัง จึงควรพิจารณาทั้งลักษณะของแผล สาเหตุ และอาการร่วม เพื่อให้สามารถดูแลแผลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

ยาทาฆ่าเชื้อคืออะไร มีกี่ประเภท ?

คำว่า “ยาทาฆ่าเชื้อ” เป็นคำเรียกรวมของผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มที่ช่วยควบคุมหรือรักษาเชื้อโรคบนผิวหนัง แต่ยาแต่ละชนิดไม่ได้ออกฤทธิ์ต่อเชื้อทุกประเภท จึงไม่ควรเลือกจากคำว่า “ฆ่าเชื้อ” บนฉลากเพียงอย่างเดียว

น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับทำความสะอาดแผล

น้ำยาฆ่าเชื้อหรือ Antiseptic ใช้ลดจำนวนเชื้อโรคบริเวณผิวหนังและแผลภายนอก ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่ โพวิโดนไอโอดีนและคลอร์เฮกซิดีน โดยเหมาะกับการทำความสะอาดแผลบางประเภทตามคำแนะนำบนฉลาก

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนสำคัญของการดูแลแผลเล็กทั่วไปคือการล้างสิ่งสกปรกออกด้วยน้ำสะอาดไหลผ่าน ไม่จำเป็นต้องเทน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นลงในแผลซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคืองได้ ส่วนแอลกอฮอล์เหมาะกับการทำความสะอาดผิวหนังที่ไม่มีแผลเปิดมากกว่าการเทลงบนเนื้อแผลโดยตรง

ยาปฏิชีวนะชนิดทา

ยาปฏิชีวนะชนิดทาออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียบางชนิด มักอยู่ในรูปแบบครีมหรือขี้ผึ้ง และใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียตามข้อบ่งใช้ ยากลุ่มนี้ไม่สามารถรักษาเชื้อรา เชื้อไวรัส หรือผื่นแพ้ได้

แม้ยาปฏิชีวนะชนิดทาบางชนิดใช้กับแผลเล็กได้ แต่ไม่ควรนำมาทาทุกครั้งที่ผิวหนังมีรอยถลอก หรือใช้ต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง และมีส่วนเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยาได้

ยาทาฆ่าเชื้อรา

ผื่นที่เกิดจากเชื้อรามักต้องใช้ยาต้านเชื้อราโดยเฉพาะ ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ ลักษณะที่พบบ่อยอาจเป็นผื่นวง ขอบแดง มีขุย คัน หรือเกิดในบริเวณอับชื้น เช่น ซอกนิ้วเท้า ขาหนีบ และใต้ราวนม

การใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์กับผื่นที่สงสัยว่าเกิดจากเชื้อราอาจทำให้อาการดูดีขึ้นชั่วคราว แต่เชื้อยังคงอยู่และอาจลุกลามจนวินิจฉัยยากขึ้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ จึงแนะนำว่าไม่ควรใช้ครีมสเตียรอยด์รักษากลากหรือผื่นที่อาจเป็นเชื้อราโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

แผลแบบไหนควรใช้ยาทาฆ่าเชื้อ ?

แผลถลอกและแผลมีดบาดตื้น

เริ่มจากล้างมือให้สะอาด ห้ามเลือดด้วยผ้าหรือผ้าก๊อซสะอาด แล้วล้างแผลด้วยน้ำไหลเพื่อนำเศษดิน ฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมออก จากนั้นซับบริเวณรอบแผลให้แห้งและปิดด้วยวัสดุปิดแผลที่สะอาด

แผลเล็กที่ได้รับการล้างอย่างทั่วถึงอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาเสมอไป การทาปิโตรเลียมเจลลีบาง ๆ สามารถช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวแผลได้เช่นกัน หากเลือกใช้ยาทาแล้วเกิดผื่นแดง คัน หรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

แผลน้ำร้อนลวกเล็กน้อย

ควรเปิดน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติให้ไหลผ่านบริเวณแผล ไม่ควรใช้น้ำแข็ง ยาสีฟัน น้ำปลา หรือสารที่ไม่ได้ผลิตสำหรับดูแลบาดแผล เพราะอาจทำให้ผิวหนังเสียหายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน

ไม่ควรเจาะตุ่มพองด้วยตนเอง หากผิวหนังเปิดออก มีน้ำเหลือง หรือเริ่มมีอาการติดเชื้อ ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินก่อนเลือกยาทาฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะแผลที่อยู่บนใบหน้า มือ ข้อพับ หรืออวัยวะเพศ

แผลที่มีหนอง บวมแดง หรือปวดมากขึ้น

แผลที่มีหนอง กลิ่นผิดปกติ รอยแดงขยายตัว ผิวหนังร้อน หรือมีอาการปวดเพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ การซื้อยาปฏิชีวนะมาทาเองอาจไม่เพียงพอ เพราะบางกรณีต้องระบายหนอง เก็บตัวอย่างตรวจ หรือใช้ยารับประทานตามชนิดและความรุนแรงของเชื้อ

ควรหลีกเลี่ยงการบีบหนอง แกะแผล หรือใช้ยาที่เหลือจากการรักษาครั้งก่อน เนื่องจากตัวยาและระยะเวลาการรักษาอาจไม่เหมาะกับการติดเชื้อครั้งปัจจุบัน

วิธีใช้ยาทาฆ่าเชื้อให้ปลอดภัย

อ่านชื่อยา ตัวยาสำคัญ ข้อบ่งใช้ และคำเตือนบนฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง ทายาเฉพาะบริเวณและความถี่ที่กำหนด ไม่ควรทาหนาเกินไปหรือผสมยาหลายชนิดเข้าด้วยกันเอง โดยเฉพาะครีมสูตรผสมที่มียาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อรา และสเตียรอยด์ เพราะอาจบดบังอาการและทำให้การรักษาซับซ้อนขึ้น

ไม่ควรใช้ยาทาผิวหนังกับดวงตา ภายในปาก จมูก หรืออวัยวะเพศ เว้นแต่ผลิตภัณฑ์ระบุชัดเจนว่าสามารถใช้กับบริเวณดังกล่าวได้ ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ต้องใช้ยาบริเวณกว้างควรสอบถามเภสัชกรก่อน

อาการแบบไหนไม่ควรรักษาเอง ?

ควรไปพบแพทย์เมื่อแผลลึก ขอบแผลแยก เลือดไหลไม่หยุด มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ เกิดจากสัตว์กัดหรือตะปูตำ รวมถึงแผลที่มีไข้ หนาวสั่น เส้นแดงพาดออกจากแผล หรืออาการบวมแดงลุกลาม ผู้ที่เป็นเบาหวาน มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติควรให้ความสำคัญกับแผลเล็กเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ยาทาฆ่าเชื้อไม่สามารถใช้แทนการประเมินวัคซีนบาดทะยักได้ การป้องกันบาดทะยักต้องพิจารณาจากลักษณะบาดแผลและประวัติการฉีดวัคซีน ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือรับประทานเพื่อป้องกันบาดทะยักด้วยตนเอง