ท่ามกลางทางเลือกในการบริหารเงินที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ตั้งแต่การฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาไปจนถึงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง หลายคนอาจกำลังมองหาเครื่องมือที่ให้ทั้งความอุ่นใจและวินัยในการเก็บเงินไปพร้อมกัน ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จึงเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจและถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอยู่เสมอ เพราะมันคือการรวบรวมฟีเจอร์ของการสะสมเงินเข้ากับความคุ้มครองชีวิตเข้าด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากการออมเงินทั่วไปตรงที่มีพันธสัญญาในระยะยาวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้เป้าหมายทางการเงินที่วางไว้สำเร็จผลอย่างแน่นอนไม่ว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

1.เหมาะกับคนต้องการบังคับตัวเองให้มีวินัยทางการเงิน
ปัญหาใหญ่ของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่การหาเงินเก่ง แต่คือการเก็บเงินไม่อยู่ การเลือกทำ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ คือกลยุทธ์ในการสร้างวินัยแบบกึ่งบังคับที่ได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง เนื่องจากมีกำหนดเวลาการจ่ายเบี้ยประกันที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ หากมองหาการออมที่ไม่ต้องใช้แรงใจในการตัดสินใจทุกเดือนว่าจะออมเท่าไหร่ดี การให้ระบบของประกันจัดการตัดเงินออกไปเป็นค่าเบี้ยคือคำตอบ
ความมั่งคั่งมักเกิดขึ้นจากความสม่ำเสมอมากกว่าจำนวนเงินก้อนใหญ่ที่ออมเพียงครั้งคราว การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จึงเปรียบเสมือนการจ้างวินัยให้มาดูแลอนาคตตัวเอง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาครบกำหนดสัญญาจะมีเงินก้อนออกมาให้ใช้ตามแผนที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการศึกษาลูก การต่อยอดธุรกิจ หรือเป็นเงินขวัญถุงในวัยเกษียณ
2. ตอบโจทย์คนรักความแน่นอนและรับความเสี่ยงได้ต่ำ
ในขณะที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง การมีสินทรัพย์ที่การันตีเงินต้นและผลตอบแทนตามที่ระบุในกรมธรรม์ถือเป็นหลุมหลบภัยทางการเงินที่ยอดเยี่ยม ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ให้ความสบายใจในระดับที่ตัวเลขในอนาคตจะไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจหรือดอกเบี้ยนโยบายที่ขาลง
สำหรับใครที่ไม่ได้มีเวลาติดตามกราฟหุ้นหรือไม่มีความรู้เชิงลึกเรื่องกองทุนรวม การวางเงินไว้ในประกันชีวิตแบบออมทรัพย์คือการซื้อความสงบทางใจ เพราะรู้ล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญาว่าจะได้รับเงินคืนปีละเท่าไหร่ และได้เงินก้อนคืนเมื่อไหร่ เป็นส่วนผสมของพอร์ตการเงินที่ช่วยถ่วงดุลความเสี่ยงจากสินทรัพย์อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
3. เป็นเครื่องมือบริหารภาษีที่ให้ผลตอบแทนแฝงในทันที
สำหรับคนวัยทำงานที่มีฐานภาษีสูง การมองหาตัวช่วยลดหย่อนคือเรื่องจำเป็น ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี (ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด) ซึ่งเงินคืนภาษีที่ได้รับกลับมานี้เองคือ ผลตอบแทนแฝงที่ได้รับทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบสัญญา
เมื่อคำนวณเงินคืนภาษีรวมเข้าไปกับผลตอบแทนจากการออมตามกรมธรรม์ จะเห็นว่าอัตราผลตอบแทนสุทธินั้นสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารหลายเท่าตัว การเลือกทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งได้สะสมเงิน ได้ความคุ้มครอง และได้ประหยัดรายจ่ายทางภาษีไปพร้อมกัน
4. สร้างความอุ่นใจด้วยความคุ้มครองชีวิตที่เป็นมากกว่าเงินออม
สิ่งที่การฝากเงินในธนาคารให้ไม่ได้คือการสร้างมูลค่าทันทีในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน หากเราออมเงินในธนาคารเดือนละ 5,000 บาท แล้วเกิดจากไปตั้งแต่ออมได้เพียง 2 เดือน ครอบครัวจะได้รับเงินเพียง 10,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยเล็กน้อย แต่การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จะมอบเงินเอาประกันภัยเต็มจำนวนให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ทันที
มูลค่าของความคุ้มครองนี้คือสิ่งที่ช่วยดูแลคนข้างหลังไม่ให้ลำบาก เป็นการส่งต่อความรักและความรับผิดชอบในรูปแบบของตัวเงินที่ชัดเจนที่สุด การเลือกประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จึงเหมาะมากกับหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการสร้างหลักประกันว่าไม่ว่าตัวเองจะอยู่จนครบสัญญาหรือไม่ คนที่เขารักจะต้องมีเงินก้อนไว้สำหรับตั้งตัวอย่างแน่นอน
การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ คือการวางแผนการเงินระยะยาวที่เน้นความมั่นคง วินัย และสิทธิประโยชน์ทางภาษี แม้สภาพคล่องอาจจะน้อยกว่าการฝากเงินสดทั่วไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความแน่นอนของผลตอบแทนและความคุ้มครองชีวิตที่เป็นหลักประกันให้ครอบครัว การเลือกแผนที่เหมาะสมควรดูจากระยะเวลาที่สามารถออมได้จริงและวงเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต เพื่อให้ประกันฉบับนี้เป็นตัวช่วยที่สร้างความสุขได้อย่างยั่งยืน









