ภาพเขียนราคา 37 ล้าน ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ อย่างลึกลับทันที หลังถูกประมูลได้

ถ้าพูดถึงหนึ่งในศิลปินแนวสตรีทอาร์ตที่โด่งดังที่สุดในโลก ต้องมีชื่อของ แบงก์ซี่ (Banksy) อย่างแน่นอน เขาคือศิลปินลึกลับชาวอังกฤษที่มีผลงานที่โดดเด่นอยู่เป็นจำนวนมาก และไม่ใช่แค่ในลอนดอน แต่แบงก์ซีไปฝากฝีมือไว้ตามท้องถนนมาแล้วทั่วโลก และหนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาก็คือ “เด็กสาวกับลูกโป่ง” (Girl With Balloon) ที่ทำให้ตัวเขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลังจากภาพนี้ปรากฏขึ้นทางลอนดอนตะวันออก ในปี ค.ศ. 2002

มีการตีความความหมายของภาพนี้ไว้ว่า เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกถึงความฝัน ความหวัง ความรัก และความบริสุทธิ์ที่กำลังหลุดลอยไป

แบงก์ซี่ได้นำผลงานชิ้นเอกของเขามาวาดใหม่ใส่กรอบรูปอย่างดี แต่ถึงแม้เขาจะไม่ต้องการให้ภาพตกไปอยู่ในกระบวนการซื้อขาย แต่สุดท้าย มูลค่าของมันก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมราว 20% ในแต่ละปี

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ภาพเด็กหญิงกับลูกโป่งนี้ ถูกนำขึ้นประมูลในกรุงลอนดอน และมันถูกขายไปในราคาสูงถึง 860,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็สูงถึง 37 ล้านบาทเลยทีเดียว

แต่หลังจากสิ้นเสียงการประกาศราคายุติลง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับรูปของแบงก์ซี่ที่ติดไว้อยู่บนกำแพงห้องประมูลทันที

ภาพเขียนครึ่งหนึ่งของเขาเลื่อนลงมาพร้อมกับขาดเป็นริ้วๆ โดยอัตโนมัติ และมันก็หยุดลงหลังจากที่ภาพขาดเป็นริ้วอย่างไม่ทราบสาเหตุ อ้างอิงจากแหล่งข้อมูล ภาพเขียนที่ขาดเป็นริ้วเกิดจากการควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรลที่ใครบางคนถืออยู่

หลังจากนั้นไม่กี่วัน แบงก์ซี่ ได้ออกมาเผยคลิปวีดีโอที่ระบุว่า เขาแอบติดตั้งอุปกรณ์นี้เอาไว้ในกรอบรูปเมื่อหลายปีก่อน เผื่อว่ามันคนเอาภาพของเขาไปขึ้นประมูล ภาพนี้ก็จะทำลายตัวเองทันที

นี่คือคลิปที่แบงก์ซี่ได้โพสต์เอาไว้ ทำให้เราได้เห็นปฏิกิริยาของผู้ชมในห้องประมูลได้อย่างชัดเจน

เรื่องราวของเขากลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ศิลปินหลายคนนำเหตุการณ์นี้มาล้อเลียนผ่านผลงานของตัวเอง

ชาวเน็ตบางคนแอบแซวว่า น่าทำแบบนี้กับภาพโมนาลิซาบ้าง

ศิลปินบางคนก็เอาไปทำภาพล้อเลียนขำๆ

ส่วนทางด้าน โจอี ไซเออร์ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ซื้อขายและประมูลงานศิลปะ MyArtBroker ได้ออกมากล่าวว่า “ผลลัพธ์ของการประมูลครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อเป็นจำนวนมาก ผู้ซื้อที่โชคดีจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าหลังที่เขาจ่ายเงินไปกว่า 37 ล้านเมื่อคืนนี้”

“นี่เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่งานศิลปะสามารถฉีกตัวเองได้ และเราคาดว่าแบงก์ซี่ได้เพิ่มมูลค่างานศิลปะของเขาอย่างน้อย 50% หรือบางทีตอนนี้มูลค่าของมันอาจสูงถึง 86 ล้านบาทไปแล้ว”

สรุปแล้วดูเหมือนว่า การทำลายรูปภาพอาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่แบงก์ซี่ต้องการ เพราะงานศิลปะบางชิ้นมันไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามที่เห็นเบื้องหน้าเพียงอย่างเดียว แต่มันอาจหมายถึงเรื่องราวความเป็นมาของภาพ และที่สำคัญ ใครที่เป็นเจ้าของภาพเบื้องหลังผลงานเหล่านี้ เพราะถึงแม้ว่าให้ศิลปินดังในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ใช้ปากกาขีดเขียนมั่วๆ ลงไป ก็อาจทำให้กระดาษแผ่นนั้นขายได้เป็นล้านก็เป็นได้

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : boredpanda | เรียบเรียงโดย เพชรมายา