14 สถานที่หลบภัยจากภัยพิบัติโลก ที่สามารถใช้ชีวิตในวันโลกแตกได้

เหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดวันสิ้นโลกในมุมมองของคุณคืออะไรบ้าง แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงเหตุการณ์ที่เราได้ชมกันในภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุกกาบาตชนโลก น้ำท่วมโลก หุ่นยนต์ครองโลก หรือแม้แต่ซอมบี้ระบาด แล้วจะทำอย่างไรล่ะถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีสถานที่หลบภัยที่สามารถใช้ชีวิตรอดต่อไปได้เรื่อยๆ และวันนี้เพชรมายาจะขอพาทุกท่านมาชมสถานที่หลบภัยต่างๆ ที่จะสามารถพาคุณรอดชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

 

1. The Oppidum

 

ที่พักสุดหรูที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐเช็กเหมาะสำหรับจะเป็นที่หลบภัยอย่างแท้จริง แถมมันยังหรูหราในระดับที่เรียกว่าสูสีกับคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากมันจะเป็นหลุมหลบภัยที่อยู่ใต้ดินลงไปหลายชั้นแล้ว การตกแต่งยังหรูหราและเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวก แถมยังมีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งคุณสามารถอาศัยอยู่ในนี้เพื่อหนีรอดจากหายนะบนพื้นพิภพได้นานถึง 10 ปี

 

2. Vivos Xpoint

 

สถานที่หลบภัยที่อยู่ใกล้กับ Black Hills ในเซาท์ดาโกตา ที่สามารถรองรับผู้รอดชีวิตได้มากถึง 5,000 คน แถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง แน่นอนว่าภายในฐานลับแห่งนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน ห้องน้ำหรูอย่างดี ซึ่งคุณสามารถวางแผนอยู่ที่นี่ได้นานหลายปีแน่นอน

 

3. Survival Condo

 

นี่คือคอนโดมิเนียมหรูที่ถูกสร้างมาจากฐานทัพใต้ดินเก่าฐานมิสไซล์ใต้ดินเก่าของอเมริกาที่ตั้งอยู่ในแคนซัส แต่ตอนนี้มันกลายเป็นคอนโดหรู 15 ชั้นที่มีทุกอย่างครบ ตั้งแต่ห้องพักสุดหรู สระว่ายน้ำ สปา โรงภาพยนต์ ห้องสมุด ห้องเรียน ศูนย์พยาบาล และเนื่องจากมันเป็นฐานทัพเก่า นั่นทำให้คอนโดแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่มันถูกขายไปหมดทุกห้องเป็นที่เรียบร้อย

 

4. The Genesis

 

นี่คือ 1 ใน 4 บ้านแห่งโลกอนาคตที่ถูกออกแบบโดยบริษัท F9 Productions ถึงแม้การมองจากภายนอกจะเห็นว่ามันเป็นบ้านที่อยู่บนพื้นดิน แต่ในความเป็นจริงมันถูกซ่อนอยู่ข้างใต้ดิน ซึ่งนอกจากมันจะเป็นบ้านที่สามารถใช้อยู่อาศัยได้อย่างปกติในชีวิตประจำวันแล้ว มันยังช่วยปกป้องคุณจากภัยพิบัติต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม โดมคอนกรีตที่คุณเห็นอยู่นี้มีกลไกที่สามารถซ่อนมันลงไปใต้ดินได้พร้อมกับปิดผนึกด้วยคอนกรีตกันระเบิดอย่างดี ภายใต้บ้านหลังนี้มีอุโมงค์ใต้ดิน และระบบที่ช่วยให้คุณมีชีวิตรอดได้อย่างสบายๆ

 

5. บ้านหลุมหลบภัยในเวกัส

 

บ้านเก่าที่ถูกสร้างตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 70 นี้ดูเหมือนบ้านธรรมดาๆ ที่มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แต่สิ่งที่พิเศษคือชั้นใต้ดินของบ้านแห่งนี้ถูกสร้างให้ดูเหมือนบ้านภายนอกโดยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ลิฟต์ ระบบสื่อสารภายใน อ่างจากุชชี่ 2 อ่าง สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ลานเต้นรำ เดิมทีเจ้าของบ้านหลังนี้สร้างมันขึ้นมาเพื่อเอาไว้ป้องกันระเบิดนิวเคลียร์ในระหว่างช่วงสงครามเย็น

 

6. เซฟเฮาส์ โดย โรเบิร์ต โคเนียคซ์นี

 

จุดเด่นของบ้านหลังนี้ นอกจากความสวยงามในสไตล์โมเดิร์นแล้ว นั่นคือคุณสามารถย้ายมันไปก้อนอิฐตามจุดต่างๆ ของตัวบ้านเพื่อป้องกันหายนะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นข้างนอกได้ หรือสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแบบที่คุณต้องการในยามที่คุณใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข

 

7. บังเกอร์หลบภัยในจอร์เจีย

 

บังเกอร์แห่งนี้ถูกสร้างในปี 1969 และถูกรีโนเวทใหม่อีกครั้งในปี 2012 ซึ่งกำแพงที่หนา 3 ฟุตบนเนื้อที่ 32 เอเคอร์นี้ จะสามารถต้านทานลมพายุได้สบายๆ และป้องกันระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 20 กิโลตัน พร้อมทั้งห้องอาบน้ำหรู ระบบปรับอากาศ แหละเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งจะทำให้คุณอยู่ที่นี่ได้นานเท่านาน

 

8. Villa Vals

 

อีกหนึ่งสถานที่ๆ อาจช่วยให้คุณอยู่รอดในวันสิ้นโลกไปได้อีกนาน เพราะบ้านขนาด 4 ห้องนอนนี้ถูกขุดลึกเข้าพื้นที่บนภูเขา และมีอุโมงค์คอนกรีตยาว 20 เมตร ที่นำไปสู่ห้องรับแขก พลังงานของบ้านแห่งนี้มีแหล่งกำเนิดมาจากสถานีไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ถูกสร้างมาสนับสนุนสถานที่แห่งนี้โดยเฉพาะ โดยตั้งอยู่ในแหล่งน้ำพุร้อนที่ใกล้ที่สุด ข่าวดีก็คือ คุณสามารถไปจองพักบ้านหลังนี้ได้โดยไม่ต้องรอวันโลกแตก

 

9. บังเกอร์ใน เยลโล แจ็กเก็ต

 

บ้านพักธรรมดาๆ แห่งนี้เกือบจะไม่ได้เป็นจุดสนใจ เว้นแต่เสาสัญญาณวิทยุที่สูง 30 เมตรที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้าน แถมกำแพงบ้านยังถูกสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดพิเศษ ภายในตัวบ้านมีชั้นใต้ดินที่สามารถป้องกันระเบิดนิวเคลียร์ได้ นอกจากนั้นยังมีเครื่องให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้าถึง 4 ตัว ระบบบำบัดน้ำ 7 ขั้นตอน ระบบระบายอากาศที่ทำงานได้โดยไม่ต้องดูดอากาศจากภายนอกเข้ามา

 

10. Atlas Survival Shelter

 

นี่คือบังเกอร์หลบภัยสำหรับคนต้นทุนต่ำที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดหลังวันสิ้นโลกได้ ท่อคอนกรีตของมันอาจไม่ได้แข็งแรงเท่ากับบังเกอร์อื่นๆ แต่หากคุณติดตั้งมันในจุดที่ลึกพอ ก็จะสามารถป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ได้มากมาย โดยภายในท่อหลบภัยนี้จะมีห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ รวมถึงถังเก็บน้ำดื่มและน้ำมัน ที่จะทำให้คุณอยู่รอดไปได้นานหลายวัน

 

11. Modern Vault

 

นี่คือห้องนิรภัยที่ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยและสามารถให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง มันถูกออกแบบให้อยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายและที่สำคัญคือสามารถป้องกันอันตรายได้แทบทุกอย่างจากโลกภายนอก โซฟาหรูขนาดใหญ่ตรงกลาง ทีวีที่มีระบบที่ทันสมัย รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม จะทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในที่หลบภัยที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก

 

12. Zombie Fortification Cabin

 

นี่คือป้อมปราการป้องกันซอมบี้แห่งแรกของโลก ที่ถูกออกแบบเอาไว้อย่างแน่นหนา ภายในป้อมแห่งนี้มี 2 ห้องนอนมีห้องเก็บของที่สามารถเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับเอาไว้ต่อสู้กับซอมบี้ มีโรงรถและกำแพงที่ล้อมรอบไปด้วยลวดหนาม มีสนามเพาะปลูกสำหรับเสบียง โดยผู้ออกแบบได้นำวิธีการโจมตีของซอมบี้มาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด แถมที่นี่ยังรับประกันสำหรับลูกค้าว่าจะสามารถป้องกันซอมบี้ได้นานถึง 10 ปีแน่นอน

 

13. บ้านป้องกันน้ำท่วมในมิสซิสซิปปี

 

ด้วยมหันตภัยโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ทำให้จำนวนของพายุเฮอร์ริเคนและภัยธรรมชาติอื่นๆ เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น แถมยังรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้คนมากมายเริ่มหาวิธีสร้างที่อยู่อาศัยที่สามารถปกป้องตนเองจากภัยธรรมชาติเหล่านี้ ซึ่งจากภาพที่คุณเห็นคือบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเมือง Yazoo รัฐมิสซิสซิปปี ที่มีระบบป้องกันน้ำท่วมที่สมบูรณ์แบบ

 

14. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ป้องกันภัย

 

ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของผู้คนในหลายๆ ประเทศ แต่ความอันตรายของมันก็ทำให้มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ออกแบบอาคารของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ลดความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติประเภทต่างๆ ให้มากที่สุด และทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการสร้างมันให้อยู่นอกชายฝั่ง แน่นอว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อเหตุแผ่นดินไหว ภัยจากสึนามิ โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้จะมีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำทะเลโดยรอบ และยังช่วยป้องกันการรั่วไหลของสารกัมตรังสีที่จะมีผลกระทบต่อชาวบ้านโดยรอบ หากเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ อีกด้วย

 

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ข้างล่างครับ

ที่มา : brightside | เรียบเรียงโดย เพชรมายา